เลือกหน้า

สสวท.ปลื้มผลตอบรับเวทีประชุม ISMTEC 2018 ครูไทยทั่วประเทศ ขานรับการนำวิชา “วิทยาการคำนวณ”เข้าสู่ชั้นเรียน ยืนยันมีประโยชน์กับเด็ก ทำให้เกิดการคิดวิเคราะห์ทั้งระบบ นักเรียนสามารถเชื่อมโยงและแก้ไขปัญหาทุกด้านทั้งเรื่องการเรียน การทำงานและใช้ในชีวิตในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่หลงเป็นเหยื่อความไม่รู้ ด้านกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผลักดันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ The International Science, Mathematics and Technology Education Conferrence 2018 ( ISMTEC 2018) ที่จัดขึ้นโดย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวคท.) ระหว่างวันที่ 18-20 ต.ค.ที่ผ่านมาในหัวข้อ Bringing Computational Thinking to K -12 ถือเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญในการนำวิทยาการคำนวณเข้าสู่ชั้นเรียนเพื่อเร่งสร้างศักยภาพเด็กไทยให้ก้าวทันอนาคตและได้รับการตอบรับจากครูทั่วประเทศที่เข้าร่วมอบรมว่า มีประโยชน์กับเด็กไทย

“วิทยาการคำนวณ” เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในการคิดเชิงคำนวณ การวางแผน ตลอดจนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ช่วยให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นของกำลังคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 มีความสามารถในการแก้ปัญหา และทักษะการใช้ชีวิต ส่งเสริมศักยภาพในการสร้างอาชีพที่แข่งขันได้ สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีได้ ซึ่งในการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ได้เพิ่มสาระเทคโนโลยีซึ่งรวมวิชาวิทยาการคำนวณไว้ในการเรียนการสอนด้วย

ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวถึงความสำคัญของการประชุม ISMTEC 2018 ว่า เป็นเวทีกลางที่ให้ ครู นักการศึกษา และผู้สนใจจากทั่วโลกได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความรู้ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องร่วมกัน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาและยกระดับการเรียนการสอน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย โดยได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศและในประเทศมาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่ การบรรยายพิเศษจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ การนำเสนอผลงานวิชาการ งานวิจัยและนวัตกรรมการเรียนการสอนซึ่งครูสามารถนำแนวทางไปปรับใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอน ให้เข้าถึงผู้เรียนทุกวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ประธานเปิดงานยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับเรื่องวิชาวิทยาการคำนวณ และต้องการผลักดันให้เป็นไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งในงานนี้มีการนำตัวอย่าง วิทยาการคำนวณจากทั่วโลกมานำเสนอว่าทั่วโลกเขาทำอะไรกันบ้าง มหาวิทยาลัยชั้นน้ำมีการคิดแบบวิทยาการคำนวณอย่างไร เพื่อให้ครูไทยที่ได้มาศึกษางานครั้งนี้ นำไปถ่ายทอดสู่นักเรียนให้เกิดความเข้าใจ

การที่สสวท. ทำหน้าที่เป็นคนกลาง นำครูจากทั่วประเทศมาเรียนรู้วิทยาการคำนวณเพื่อให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน แน่นอนว่าจะส่งผลดีต่อการศึกษาเพราะจะเป็นตัวชี้วัดการศึกษาไทย อาทิ โครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิก หรือ Programme for International Student Assessment หรือ PISA และยังเป็นตัวประเมินว่าบุคคลที่ผ่านกระบวนการวิทยาการคำนวณจะมีงานทำในอนาคต โดยกระทรวงศึกษาธิการพร้อมจะผลักดันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ด้านน.ส.สุธาสินี เหลืองกิจไพบูลย์ อาจารย์สอนวิชาเคมี โรงเรียนปทุมเทพวิทยาการ จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เป็นประโยชน์และแสดงให้เห็นว่า การเรียนวิชาการคำนวณ จะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่การคิดสิ่งเล่าเรียนมา แต่จะเป็นกระบวนการความคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาของมนุษย์ ที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงปัญหา จนสามารถแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงานและใช้ในชีวิตในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จะเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งไม่หลงเป็นเหยื่อของความไม่รู้หรือใครมาหลอกอีกต่อไป

ขณะที่นายลิขิต จิตโส อาจารย์สอนวิชาเคมี โรงเรียนชุมแพศึกษา จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้เป็นประโยชน์มากและจะนำความรู้ด้านวิทยาการคำนวณไปปรับใช้ในการเรียนการสอน ให้แก่เยาวชน และเมื่อเจอโจทย์การเรียนหรืออุปสรรคต่างๆ จะได้รู้วิธีคิด ก่อนนำไปสู่การแก้ไข ซึ่งบางครั้งหนทางไปสู่เป้าหมาย และความสำเร็จมีหลายหนทาง มิใช่มีหนทางเดียวอย่างการเรียนในสมัยเดิมๆ ที่เกิดจากการท่องจำ หรือฟังเขามาแล้วเชื่อ โดยที่ตัวเองยังไม่คิด หรือพิสูจน์สิ่งเหล่านั้นด้วยตัวเอง.

ที่มา : ไทยรัฐ